ประเทศออสเตรเลีย
(Australia) มีชื่อทางการว่า สหพันธรัฐออสเตรเลีย
มีประชากรประมาณ 18.75 ล้านคน1 ใน 5 ของชาวออสเตรเลียอพยพมาจากประเทศในแถบเอเซีย
ยุโรป อังกฤษ และอเมริกา ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม
ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดคือ รัฐนิวเซาท์เวลล์ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ
6 ของโลก ประเทศออสเตรเลียตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะของประเทศเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกด้วยพื้นที่ขนาดกว่า
7 ล้านตารางกิโลเมตร ออสเตรเลียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์ เป็นรัฐอธิปไตยในเครือจักรภพ
(Commonwealth) ประเทศออสเตรเลียแบ่ง ออกเป็น 6 รัฐ และ 2 ดินแดน
รัฐนิวเซาท์เวลล์ (New South Wales)
มีเมืองหลวงคือซิดนีย์ Sydney คือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากนักศึกษานิยมไปศีกษามากที่สุด เพราะเป็นนครเก่าแก่และใหญ่ที่สุดจึงทำให้เป็นเมืองที่คึกคักและ
มีชีวิตชีวาคล้ายๆกับกรุงเทพของเรา สัญลักษณ์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ
Opera House และสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์ Sydney Harbour Bridge ถ้าใครไม่เคยถ่ายรูปกับที่นี่แสดงว่ายังไปไม่ถึง
มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย (Australian Capital Territory)
มีเมืองหลวงคือแคนเบอร์รา Canberra ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศด้วยมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเมืองหลวงคือ
Sydney หรือ Melbourneต้องเปลี่ยนความเข้าใจนะคะ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์
ใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง
รัฐวิคตอเรียน (Victoria)
มีเมืองหลวงคือเมลเบิร์น Melbourne ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย
เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลียเป็นเมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งในออสเตรเลียเนื่องจากมีสวนสาธารณะมากมายรัฐนี้จึงได้ชื่อว่าเป็น
Garden State ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร เมืองสะอาดมาก นอกจากนี้ยังเป็นเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม
การเงิน และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง
และทางรถไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ นับว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่มากเลยทีเดียว
เซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)
มีเมืองหลวงคือ อาดิเลด Adelaide ตั้งอยู่ทางออสเตรเลียตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม
เวสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia)
มีเมืองหลวงคือ เพิร์ธ Perth เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก
สมบูรณ์ด้วยเหมืองแร่ และแร่ทองคำ และอยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดด้วยเวลาบินเพียง
6 ชั่วโมงหากใครชอบความเงียบ เรียบง่ายก็ขอแนะนำคะ
รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland)
มีเมืองหลวงคือ บริสเบน Brisbane เป็นเมืองที่มีสีสันน่ารัก สบายๆถ้านักเรียนไม่ชอบผู้คนหนาแน่นและชอบชายหาดเมืองนี้ก็ไม่ควรพลาดนะคะรัฐนี้
ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัฐแห่งแสงแดดมีแสงแดดตลอดทั้งปี มีสถานที่ตากอากาศมากมาย
หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ Gold Coast และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซันชายน์โคสต์
Sunshine coast ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน
มณฑลตอนเหนือ (Northern Territory)
มีเมืองหลวงชื่อ ดาร์วินเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชนเผ่าพื้นเมืองเมืองอะบอริจิน
เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย
มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่
ทัสมาเนีย (Tasmania)
มีเมืองหลวงชื่อ โฮบาร์ต Hobart เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย
เป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดและได้รับการขนานนามว่า สวิสเซอร์แลนด์ของออสเตรเลีย
เนื่องจากอากาศที่เย็นตลอดปี และมีทิวทัศน์อันสวยงาม ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนของรัฐนี้ไม่สูงมากนัก
ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจน กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก
ภูมิอากาศ
โดยสภาพอากาศทั่วไปของออสเตรเลีย จะต่างกันไปในแต่ละรัฐ
| ฤดู |
ช่วงเวลา |
| ฤดูร้อน |
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ |
| ฤดูใบไม้ร่วง |
มีนาคม พฤษภาคม |
| ฤดูหนาว |
มิถุนายน สิงหาคม |
| ฤดูใบไม้ผลิ |
กันยายน - พฤศจิกายน |
ฤดู ช่วงเวลา
ฤดูร้อน : ธันวาคม - กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม้ร่วง : มีนาคม พฤษภาคม
ฤดูหนาว : มิถุนายน สิงหาคม
ฤดูใบไม้ผลิ : กันยายน - พฤศจิกายน
เวลา
เนื่องจากประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 3
เขตเวลา (Time Zone) ตามเส้นแบ่งของโลก คือ
เวลาภาคตะวันตก (Western Standard Time)
จะใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียโดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง
เวลาภาคกลาง (Central Standard Time-CST) จะใช้ในมณฑลตอนเหนือ และรัฐเซาธ์ออสเตรเลีย
โดยเวลาจะเร็วกว่าในประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง
เวลาฝั่งตะวันตก (Eastern Standard Time-EST) จะใช้ในรัฐควีนส์แลนด์ รัฐนิวเซาธ์เวลส์
รัฐวิคตอเรีย รัฐแทสมาเนีย และเมืองแคนเบอร์รา โดยเวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย
3 ชั่วโมง
น้องๆใครที่จะไปเมืองไหนก็จำเวลาที่แตกต่างไว้ให้ดีนะคะจะได้ติดต่อคุณพ่อคุณแม่ได้ถูกเวลานะคะ
สกุลเงินตรา
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ (1 ดอลลาร์เท่ากับ 100 เซ็นต์)
ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้
เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์, 2 ดอลลาร์
ธนบัตร 5 ดอลลาร์, 10 ดอลลาร์, 20 ดอลลาร์, 50 ดอลลาร์, 100 ดอลลาร์
ธนาคาร
นักศึกษาสามารถเปิดบัญชีกับทางธนาคารได้ภายใน 6 สัปดาห์หลังจากเดินทางไปถึงในการเปิดบัญชีนักศึกษาสามารถใช้หนังสือเดินทาง
บัตรศึกษา และ ใบขับขี่ นักเรียนควรจะมี Tax File Number ก่อนนะคะเพราะจำเป็นต้องแจ้งกับทางธนาคารเพื่อทำการหักภาษีจากรายได้ของดอกเบี้ยจากนั้นก็นำไปเปิดบัญชีได้คะเวลาทำการเป็นดังนี้นะคะ
วันจันทร์ ถึง วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9.30-16.00 น.
วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00
วันเสาร์ ตอนเช้าครึ่งวันเพียงบางแห่งนะคะ
โทรศัพท์
มีความสะดวกสบายมากคะสำหรับการติดต่อสื่อสารมีระบบโทรศัพท์มือถือให้เลือกหลายค่ายโดยน้องๆสามารถนำเครื่องไปจากเมืองไทยและซื้อ
Sim Card และสามารถเติมเงินได้ตาม ศูนย์บริการ หรือ ร้านสะดวกอัตราค่าบริการประมาณนาทีละ
40 เซ็นต์ ระบบที่นิยมมี Optus, Vodafone และ Telstra
หรือในการโทรกลับประเทศไทยน้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านไทยหรือซูเปอร์มาร์เก็ต
หรือสามารถหาซื้อได้ตามอินเตอร์เน็ต ของชาวเอเชียในราคา 10 เหรียญสามารถโทรได้นานถึง
2 ชั่วโมง
ไฟฟ้า
สำหรับกระแสไฟทางประเทศออสเตรเลียใช้กระแสไฟฟ้า 220-240 โวลต์ (V) แต่ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาฉะนั้นอย่าลืมว่า
ต้องนำปลั๊กต่อไปด้วย และถ้าหากจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยต้องใช้
Adapter ในการแปลงกระแสไฟฟ้า ให้เป็นระบบเดียวกับกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถหาซื้อ
Adapter ได้ทั้งในประเทศไทย
ศาสนา
ประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพ ในการนับถือศาสนาต่างๆ โดยเราจะเห็นว่า ในเมืองสำคัญ
ๆ ส่วนมาก จะมีโบสถ์ สุเหร่า วัดและ สถานที่ประกอบศาสนา
การทำงาน
ประเทศออสเตรเลีย ก็จะใจดีหน่อยที่เข้าใจหัวอกนักเรียนอย่างพวกเราก็ อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้ไม่เกิน
20 ชม./ สัปดาห์และทำงานได้เต็มเวลาประมาณ 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ระหว่างปิดภาคเรียน
นักศึกษาต้องยื่นขออนุญาตทำงานที่ Department of Immigration and Multicutural
Affairs (DIMA) ในออสเตรเลีย และคุณสามารถทำงานได้หลังจากที่คุณเริ่มเข้าเรียนแล้ว
โดยสามารถหางานพิเศษได้ดังนี้
1. สถาบันการศึกษาทีท่านศึกษาอยู่จะคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการหางานทำ
2. หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
3. Website จัดหางาน
4. ตัวแทนบริษัทจัดหางาน (ซึ่งจัดคนลงในตำแหน่งระยะสั้นโดยไม่คิดค่าบริการ)
ประเภทของงานที่สามารถสมัครได้ เช่น บาร์เทนเดอร์ ผู้ช่วยในครัว พนักงานเสริฟ
พนักงานทำความสะอาด ผู้ช่วยเสมียน เจ้าหน้าที่โรงภาพยนตร์ หรือห้างสรรพสินค้า
นักศึกษาที่เรียนในระดับสูงอาจทำงานในฐานะติวเตอร์ได้นักศึกษาอาชีวะและนักศึกษามหาวิทยาลัย
อาจหางานระยะสั้นในสาขาวิชาชีพที่ตนเลือกเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปิดภาคเรียน
นักศึกษาอาจทำงานเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวผลไม้ตามฤดูกาล และเก็บเกี่ยวพืชผลชนิดอื่นๆ
ในพื้นที่เพาะปลูกทั่วออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณได้ชมทิวทัศฯประเทศออสเตรเลียและในขณะเดียวกันก็หาเงินได้ด้วย
การดูแลรักษาพยาบาล
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีมาตรฐานด้านการรักษาพยาบาลสูงด้วยระบบของรัฐบาลที่จัดบริการด้านการรักษาพยาบาลให้แก่ทุกคน
การประกันสุขภาพจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล แผนประกันสุขภาพเป็นกฎข้อบังคับสำหรับนักศึกษานานาชาติทุกคนที่ไปศึกษาต่อ
ณ ประเทศออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ส่วนมากจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลภายในมหาวิทยาลัย
บางแห่งมีแม้กระทั่งแพทย์เฉพาะทาง โรงเรียนและสถาบันการศึกษาขนาดเล็กจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลที่ได้รับการฝึกอบรมมา
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
นักศึกษาต่างชาติทุกคนต้องทำประกันสุขภาพตามแผนประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติตลอดระยะเวลาที่พักอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
ในระบบการประกันสุขภาพของออสเตรเลีย รัฐบาลได้กำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการให้บริการประเภทต่างๆ
โดยแพทย์และโรงพยาบาล บริษัทประกันสุขภาพจ่ายค่าบริการให้สำหรับ
ค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวนในกรณีที่รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐบาล
(โรงพยาบาลที่ดำเนินการโดยรัฐบาล)
ค่ารักษาพยาบาล 85% สำหรับการรักษาพยาบาลโดยแพทย์ แต่ไม่ใช่ในโรงพยาบาล
ค่าใช้จ่ายบางส่วนตามใบสั่งยาและ
ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทั้งหมด
สถาบันการศึกษาจะออกบัตรสมาชิกประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติเพื่อใช้แสดงต่อแพทย์เพื่อขอสิทธิประโยชน์จากการประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
การประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามที่กำหนดในกรณีที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง
คู่สมรสและบุตรของนักศึกษาที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีก็มีสิทธิในการประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย |